อันนี้ถูกมั้ยก็ไม่ทราบนะอิอิ SiRiHaN
โมเดลการจัดการความรู้ KM คืออะไรหรอ โดย[ Hunny ]
อันนี้ถูกมั้ยก็ไม่ทราบนะอิอิ SiRiHaN
โมเดลการจัดการความรู้ ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร
1. รูปของโมเดลการจัดการความรู้ควรจะเป็นรูปที่ไม่เด็กเกินไป ไม่ซับซ้อนจนเกินไป
2. ในโมเดลการจัดการความรู้ ควรจะประกอบไปด้วยกระบวนการจัดการความรู้อย่างต่ำ 7
กระบวนการขึ้นไป
3. ในโมเดลการจัดการความรู้ ควรจะต้องมีกระบวนการจัดการความรู้ในเรื่องของ
"การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้"
4. โมเดลการจัดการความรู้ ควรจะวาดให้เข้าใจง่าย บ่งบอกถึงเรื่องที่จัดทำโมเดล
5. โมเดลการจัดการความรู้ ควรจะมีคำอธิบายหลังจากรูปโมเดล เพื่อที่จะเข้าใจได้มากยิ่งขึ้น
แค่นี้ก็สามารถทำให้โมเดลการจัดการความรู้ของคุณนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง
ตัวอย่างโมเดลการจัดการความรู้
โมเดลการจัดการความรู้, Model, KM
COP ในการจัดการความรู้ คืออะไร?
COP คืออะไรกัน?
COPs ย่อมาจากคำว่า Community Of Practice ก็คือ กลุ่มคนหรือบุคคล
ที่มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน แล้วมารวมตัวกัน จัดเป็นกุล่มเพื่อที่จะมาแลกเปลี่ยน
ความรู้ซึ่งกันและกัน สามารถได้ความรู้ใหม่ๆ จากการที่ได้แลกเปลี่ยนความรู้และ
เป็นประโยชน์อย่างมากมายต่อองค์กร
COP ทำอะไรบ้างหล่ะ?
1. สมาชิกทุกคน เมื่อว่างก็จะมานั่งคุยกัน แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน
2. สมาชิกแต่ละคนล้วนแต่มีประสบการณ์ ไม่ว่าจากภายในหรือภายนอก
แต่ละคนก็จะนำประสบการณ์เหล่านั้น มาแบ่งปันให้สมาชิกฟัง
3. เมื่อในกลุ่มต่างพบเจอปัญหา สมาชิกก็จะช่วยกันในการแก้ปัญหาเหล่านั้น
4. หลังจากที่ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันแล้ว ก็จะนำข้อมูลหรือประสบการณ์เหล่านั้น
มาเขียนเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อเผบแพร่ต่อไป
ประโยชน์ของ COP
1. ในการรวมตัวกันทำให้เกิดความรู้ใหม่ๆ ซึ่งสามารถผสมผสานกันอย่าง
ลงตัว
2. เกิดความสามามัคคีกันภายในกลุ่ม
3. องค์กรสามารถนำความรู้ที่ได้ไปพัฒนาและต่อยอดจนสำเร็จผล
COP เกี่ยวกับ "การจัดการความรู้" อย่างไรหล่ะ?
ถ้าพูดถึง COP ก็ต้องนึกถึงการจัดการความรู้ เพราะ COP นำกระบวนการจัดการความรู้
มาประยุกต์ใช้ อย่างเช่น
1. การแบ่งปัน/แลกเปลี่ยนความรู้ : COP ก็ต้องนำกระบวนการนี้มาใช้
เพื่อคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และจะได้ความรู้ใหม่ๆ เกิดขึ้น
2. การจัดเก็บความรู้อย่างเป็นระบบ : เมื่อสมาชิกแลกเปลี่ยนความรู้กันเสร็จสิ้น
ก็ต้องนำความรู้ที่ได้จากการแลกเปลี่ยน นำมาบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร
เพื่อไม่ให้ข้อมูลสูญหาย
การจัดการความรู้เป็นสิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้หลายด้าน มันก็ขึ้นกับว่า
คุณจะนำ "การจัดการความรู้" ไปประยุกต์ใช้ในด้านใด
การจัดการความรู้รอยยิ้มของคนไทย

ประโยชน์ของการจัดการความรู้
ประโยชน์ของการจัดการความรู้
หากเรานำการจัดการความรู้มาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน อาจเป็นประโยชน์
ต่อเราอย่างมาก ซึ่งประโยชน์การจัดการความรู้มีดังนี้
1. ผู้ที่นำการจัดการความรู้มาใช้ก็จะทำให้ผู้นั้นสามารถเลือกสรรแต่ความรู้
ที่ดี ที่มีประโยชน์
2. สามารถนำความรู้ของเราไปปรับใช้ในการงาน การเรียนของเราได้อย่าง
เป็นระบบ ระเบียบ
3. เมื่อเรามีการแลกเปลี่ยนความรู้กับบุคคลอื่น มันก็ทำให้เรานั้นสามารถได้ความรู้
ใหม่ๆ เพิ่มเติมจากความรู้เดิม
4. เมื่อเรามีการสอบหรือวัดผล ทำให้เรานั้นสามารถรู้ได้ว่า ตัวของเรานั้น
มีความรู้ที่เป็นระบบมากแค่ไหน
5. ความรู้ของเราอาจจะเป็นประโยชน์ต่อสังคม ก็ต่อเมื่อเราได้มีการเผยแพร่
ความรู้ตามหลักการจัดการความรู้
เห็นไหมค่ะว่า การจัดการความรู้ สามารถทำให้เรามีความรู้ที่ถูกต้อง มีระบบ
และเป็นประโยชน์กับชีวิตประจำวันของเรา
โมเดลการจัดการความรู้, Model, KM
การแบ่งปันการจัดการความรู้
สร้างสรรค์โดย... นายเกรียงเดช แซ่ตั้ง 52116940119 ตอนเรียน B1 ( สมาชิกกลุ่ม )
ประโยชน์ของโมเดลการจัดการความรู้
1. สามารถทำให้เรานั้นรู้ถึงกระบวนการต่างๆ ในการจัดการความรู้
2. โมเดลการจัดการความรู้นั้นใช้รูปในการสื่อสาร เพื่อให้เข้าใจมากขึ้น
3. ที่สำคัญที่สุดก็คือเมื่อเรามีโมเดลการจัดการความรู้แล้ว เราก็อย่าลืม
เขียนคำอธิบายใต้รูปวาด เพื่อให้เข้าใจรายละเอียดของโมเดลมากขึ้น
4. เหมาะสำหรับเป็นแนวทางในการใช้ชีวิต เพราะโมเดลการจัดการความรู้
ต้องประกอบไปด้วยกระบวนการการจัดการความรู้ ซึ่งมีทั้งหมด 10 ข้อ
ดังนี้
4.1 การกำหนดเป้าหมายความรู้
4.2 การสร้างหรือจัดหาความรู้
4.3 การกลั่นกรองและคัดเลือกความรู้
4.4 การจัดเก็บความรู้ให้เป็นระบบ
4.5 การใช้ความรู้
4.6 การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้
4.7 การประยุกค์ความรู้
4.8 การประมวลผลและวัดผลความรู้
4.9 การยกย่องชมเชยและให้รางวัล
4.10.การเผยแพร่ความรู้
ตัวอย่างโมเดลการจัดการความรู้ (รูปพัดลม)
โมเดลการจัดการความรู้, Model, KM
"โมเดลการจัดการความรู้" สำหรับนักศึกษา IT [KM Model For IT]

1. การกำหนดเป้าหมาย: กำหนดว่าเราจะเลือกเรียนแขนงไหน เพื่อให้ตรงกับงาน
ที่เราจะทำในอนาคต
2. การสร้าง/จัดหาความรู้: การสร้างความรู้ การใฝ่เรียน พยายามหาความรู้เข้าสมอง
อยู่ตลอดเวลา
3. กลั่นกรอง/คัดเลือก: พยายามกลั่นกรองความรู้ว่าความรู้ไหนควรหรือไม่ควร
ดีหรือไม่ดี
4. จัดเก็บความรู้: เราต้องนำความรู้ที่ได้มาจัดสรรให้สามารถเข้าใจได้ง่่ายและง่าย
ต่อการนำมาใช้ ประโยชน์อีกครั้ง
5. การใช้งาน: เมื่อเราจัดเก็บความรู้ เราก็ต้องนำความรู้มาใช้งานบ้าง เพื่อเป็นการ
กระตุ้นสมองไปในตัว
6. แบ่งปัน/แลกเปลี่ยนความรู้: พยายามแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนบ่อยๆ เ
ผื่อจะได้ความรู้ใหม่ๆเข้ามา
7. การประยุกต์ใช้: นำความรู้ที่ได้เรียนมาปรับ ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด8. ประมวลผล/วัดผลความรู้: หมั่นทดสอบความรู้ที่ตัวเองเรียนมาว่า ที่เรียนมานั้นเรา
มีความรู้จริงแค่ไหน
9. ยกย่อง/ชมเชย: เมื่อเราประมวลความรู้ เราก็ควรจะให้รางวัลแก่ตนเอง
เพื่อเป็นปลอบใจให้แก่ตนเองสู้ต่อไป
10. การเผยแพร่ความรู้: ข้อนี้สำคัญมาก เมื่เราสำเร็ตการศึกษา ควรนำความรู้ที่ได้เล่าเรียน
มาเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศชาติบ้าง
โมเดลการจัดการความรู้, Model, KM
การจัดการความรู้ [Knowledge management : KM]
(Knowledge Management : KM)
การจัดการความรู้ คือ
การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในส่วนราชการซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร
มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้
รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด
โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ
1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit
Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการ
ทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้
โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง
จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม
2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit
Knowledge) เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลาย
ลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม
นพ.วิจารณ์ พานิช
ได้ให้ความหมายของคำว่า “การจัดการความรู้” ไว้ คือ สำหรับนักปฏิบัติ การจัดการความรู้คือ
เครื่องมือ เพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่
และสกัด “ขุมความรู้” ออกมาบันทึกไว้
เป็นชุดความรู้ที่ครบถ้วน ลุ่มลึกและเชื่อมโยงมากขึ้น เหมาะต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
ทั้งความรู้ที่ชัดแจ้ง อยู่ในรูปของตัวหนังสือหรือรหัสอย่างอื่นที่เข้าใจได้ทั่วไป (Explicit Knowledge)
และความรู้ฝังลึกอยู่ในสมอง (Tacit Knowledge) ที่อยู่ในคน ทั้งที่อยู่ในใจ (ความเชื่อ ค่านิยม)
อยู่ในสมอง(เหตุผล) และอยู่ในมือ และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย (ทักษะในการปฏิบัติ)
การจัดการความรู้เป็นกิจกรรมที่คนจำนวนหนึ่งทำร่วมกันไม่ใช่กิจกรรมที่ทำโดย
คนคนเดียวเนื่องจากเชื่อว่า “จัดการความรู้” จึงมีคนเข้าใจผิด เริ่มดำเนินการโดยรี่เข้าไป
ที่ความรู้ คือ เริ่มที่ความรู้ นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก การจัดการความรู้ที่ถูกต้องจะต้อง
เริ่มที่งานหรือเป้าหมายของงาน
เป้าหมายของงานที่สำคัญ คือ การบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ ที่เรียกว่า
Effectiveness Operation และนิยามผลสัมฤทธิ์
ออกเป็น 4 ส่วน คือ
สนองตอบความต้องการของเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น สนองตอบความต้องการของพนักงาน
และสนองตอบความต้องการของสังคมส่วนรวม
ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
ซึ่งสะท้อนสภาพการเรียนรู้ขององค์กร และ
การทำงานที่ประสิทธิภาพสูง หมายถึง การทำงานที่ลงทุนลงแรงน้อย แต่ได้ผลมากหรือ
คุณภาพสูง เป้าหมายสุดท้ายของการจัดการ ความรู้ คือ การที่กลุ่มคนที่ดำเนินการจัดการ
ความรู้ร่วมกัน มีชุดความรู้ของตนเอง ที่ร่วมกันสร้างเอง สำหรับใช้งานของตน คนเหล่านี้จะ
สร้างความรู้ขึ้นใช้เองอยู่ตลอดเวลา โดยที่การสร้างนั้นเป็นการสร้างเพียงบางส่วน เป็นการสร้าง
ผ่านการทดลองเอาความรู้จากภายนอกมาปรับปรุงให้เหมาะต่อสภาพของตน และทดลองใช้งาน
จัดการความรู้ไม่ใช่กิจกรรมที่ดำเนินการเฉพาะหรือเกี่ยวกับเรื่องความรู้ แต่เป็นกิจกรรมที่
แทรก/แฝง หรือในภาษาวิชาการเรียกว่า บูรณาการอยู่กับทุกกิจกรรมของการทำงาน
และที่สำคัญตัวการจัดการความรู้เองก็ต้องการการจัดการด้วย
โมเดลการจัดการความรู้ คือการนำเอากระบวนการการจัดการความรู้ มาวาด
เพื่อให้สามารถเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งจะมีกระบวนการจัดการความรู้แบ่งออกเป็นขั้นตอนหรือ โมเดลการจัดการความรู้ ดังนี้
1. การกำหนดเป้าหมายความรู้
2. การสร้างหรือจัดหาความรู้
3. การกลั่นกรองและคัดเลือกความรู้
4. การจัดเก็บความรู้ให้เป็นระบบ
5. การใช้ความรู้
6. การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้
7. การประยุกค์ความรู้
8. การประมวลผลและวัดผลความรู้
9. การยกย่องชมเชยและให้รางวัล
10. การเผยแพร่ความรู้
ขอขอบคุณข้อมูลจาก: info.pattaya.go.th/km/.../การจัดการความรู้คืออะไร.aspx
โมเดลการจัดการความรู้, Model, KM
การจัดการความรู้กระแสนิยม [KM Intrend]
Domain กระแสนิยม
CoP กระแสนิยม
เป้าหมาย การแลกเปลี่ยนประสบการณ์เกี่ยวกับการะแสนิยมในปัจจุบันเพื่อร่วมคิดและแก้ปัญหา
รวมไปถึงคำแนะนำต่างๆ ให้แก่บุคคลทั่วไป
ประเด็นสำคัญ การแก้ปัญหาเกี่ยวกับการตามกระแสนิยมมากเกินไป
ประเด็นสำคัญ/หลักการสำคัญ (Critical Issues) | เรื่องเล่า/ตัวอย่างประสบการณ์ (Story telling/Experience | แหล่งข้อมูล/บุคคล (Source/Person) |
การเกิดรสนิยมในปัจจุบัน | ปัจจุบันเกิดรสนิยมแตกต่างกันไม่ว่าจะเป็นรสนิยมที่มาจากต่างชาติหรือตะวันตกนอกจากนี้ความทันสมัยที่เข้ามาพัฒนาทางเทคโนโลยี ทำให้คนเรามีดารพัฒนาตนเองให้เกิดสิ่งที่ดีขึ้นกับตนเอง เพื่อแข่งขันกับคนอื่นแม้แต่ตนเองเพื่อให้คนอื่นมองเราว่าเราดีขึ้น เป็นผลกระทบมาจากกระแสนิยม | นางสาวมาญีดะห์ |
ขอเสียของการตามกระแส | ถ้าตามกระแสมากเกินไปทำให้นิสัยของเรานั้นเสียขึ้น เช่น บีบี มัวแต่คุย แชทแต่บีบี คนรอบข้างไม่คุยพ่อแม่ไม่คุย คุยแต่กับเพื่อน แฟน การแต่งตัวอีกอย่างหนึ่ง | นางสาวชนิกา |
การคบเพื่อน | การคบเพื่อนบางคนก็ติดเพื่อนมากเกินไป | นางสาวสุดาวัลย์ |
ขอเสียของFacebook | ข้อเสียของFacebook มีเยอะมากมาย อย่างเช่น ใช้เวลาในการเล่นหมกหมุ่นมากเกินไป ตัวอย่างเช่น | นายอรรถยา |
ข้อดีของFacebook | ข้อดีของ Facebook อย่างเช่นคือ ทำให้เราสามารถติดต่อเพื่อนเก่าๆ ที่ไม่ได้มีโอกาสได้เจอกันเป็นเวลานานและอาจจะมาโคจรพบกันเพราะ โลกออนไลน์ | นางสาวมาญีดะห์ |
เทคโนโลยี | เดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนเราไม่ค่อยชอบที่จะอยู่บ้าน หาเรื่องที่จะออกมานอกบ้านได้เสมอ เช่น หาเรื่องเที่ยวห้างสรรพสินค้า เดินสวนสาธารณะ เข้าฟิตเนต อยู่นอกบ้านเป็นเวลา 3-4 | นายอานนท์ |
ข้อเสียของเกม | ข้อเสียของการเล่นเกมส์ ถ้าเล่นมากเกินไป ไม่รู้จักแยกแยะเวลา มีผลทำให้ปวดตา สายตาเสีย | นายสุทธิพงษ์ |
ข้อดีของกระแสนิยม | [ข้อดี ] กระแสนิยมตะวันตก ปัจจุบันนี้คนไทยประเภทวัยรุ่นไทย จะให้ความสนใจ เกี่ยวกับดาราโดยเฉพาะดาราเกาหลีหรือแม้กระทั่งนักร้อง ขอนี้อาจจะเป็นข้อดี ที่ทำให้คนไทยเรานั้นสามารถดูตัวอย่างที่ดีของดาราหรือนักร้องแต่ละคน รู้จักเปรียบเทียบข้อแตกต่าง | นางสาวชนิกา |
ข้อเสียของกระแสนิยม | [ข้อเสีย ] คนที่เป็นแฟนคลับดาราเกาหลี ศิลปินเกาหลี คนๆ นั้น บางทีอาจจะเยอะเกินไป สร้างความวุ่นวายไม่มีความคิด ยอมแม้กระทั่งซื้อตั๋วแพงๆ เพื่อที่จะได้เจอกับ ศินปินคนโปรดที่ชื่นชอบคนนั้นอาจทำให้ดูว่ามันเป็นสิ่งไม่เหมาะสมฟุ่มเพือยโดยไร้ประโยชน์ | นางสาวชนิกา |

ARIP: IT News
กระแสนิยม
Blog Archive
-
▼
2011
(26)
- ► กุมภาพันธ์ (21)






