โทษของอินเทอร์เน็ต

วันจันทร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
โทษของอินเทอร์เน็ต       
       - โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งประกาศซื้อขาย
ของผิดกฏหมาย, ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆ 
         - อินเทอร์เน็ตเป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก 
         - มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก 
         - ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร 
         - เติบโตเร็วเกินไป 
         - ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อน 
         - ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้ 
         - ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ 
         - ขณะที่ใช้อินเทอร์เน็ต โทรศัพท์จะใช้งานไม่ได้ (นั่นจะเป็นเฉพาะการต่ออินเทอร์เน็ตแบบ Dial up แต่ในปัจจุบันอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะสามารถใช้งานโทรศัพท์ที่ต่ออินเทอร์เน็ตได้ด้วย) 
         - เป็นสถานที่ที่ใช้ติดต่อสื่อสาร เพื่อก่อเหตุร้าย เช่น การวางระเบิด หรือล่อลวงผู้อื่นไปกระทำชำเรา 
         - ทำให้เสียสุขภาพ เวลาที่ใช้อินเตอร์เนตเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ขยับเคลื่อนไหว 
 
โรคติดอินเทอร์เน็ต 
         โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต
         - รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต 
         - มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้ 
         - รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้ 
         - คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น 
         - ใช้อินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา 
         - หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง 
         - มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย 
        ซึ่งอาการดังกล่าว ถ้ามีมากกว่า 4 ประการในช่วง 1 ปี จะถือว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบร่างกาย 
ทั้งการกิน การขับถ่าย และกระทบต่อการเรียน สภาพสังคมของคนๆ นั้นต่อไป
 
อาชญากรรมคอมพิวเตอร์ 
         เทคโนโลยีที่ทันสมัย แม้จะช่วยอำนวยความสะดวกได้มากเพียงใดก็ตาม สิ่งที่ต้องยอมรับความจริงก็คือ เทคโนโลยีทุกอย่างมีจุดเด่นและข้อด้อยของตนทั้งสิ้น ทั้งที่มาจากตัวเทคโนโลยีเอง และมาจากปัญหาอื่นๆ เช่น บุคคลที่มีจุดประสงค์ร้าย 
ในโลก cyberspace อาชญากรรมคอมพิวเตอร์เป็นปัญหาหลักที่นับว่ายิ่งมีความรุนแรง เพิ่มมากขึ้น ประมาณกันว่ามีถึง 230% ในช่วงปี 2002 และแหล่งที่เป็นจุดโจมตีมากที่สุดก็คือ อินเทอร์เน็ต นับว่ารุนแรงกว่าปัญหาไวรัสคอมพิวเตอร์เสียด้วยซ้ำ 
หน่วยงานทุกหน่วยงานที่นำไอทีมาใช้งาน จึงต้องตระหนักในปัญหานี้เป็นอย่างยิ่ง จำเป็นต้องลงทุนด้านบุคลากรที่มีความ
เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัย ระบบซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ที่มีประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม และประเมินผลที่ต้องกระทำอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง
         
แต่ไม่ว่าจะมีการป้องกันดีเพียงใด ปัญหาการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ก็มีอยู่เรื่อยๆ ทั้งนี้ระบบการโจมตีที่พบบ่อยๆ ได้แก่
         - Hacker & Cracker อาชญากรที่ได้รับการยอมรับว่ามีผลกระทบต่อสังคมไอทีเป็นอย่างยิ่ง 
         - บุคลากรในองค์กร หน่วยงานใดที่ไล่พนักงานออกจากงานอาจสร้างความไม่พึงพอใจให้กับพนักงานจนมาก่อปัญหาอาชญากรรมได้เช่นกัน 
         - Buffer overflow เป็นรูปแบบการโจมตีที่ง่ายที่สุด แต่ทำอันตรายให้กับระบบได้มากที่สุด โดยอาชญากรจะอาศัย
ช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ และขีดจำกัดของทรัพยากรระบบมาใช้ในการจู่โจม การส่งคำสั่งให้เครื่องแม่ข่ายเป็นปริมาณมากๆ ในเวลาเดียวกัน ซึ่งส่งผลให้เครื่องไม่สามารถรันงานได้ตามปกติ หน่วยความจำไม่เพียงพอ จนกระทั่งเกิดการแฮงค์ของระบบ เช่นการสร้างฟอร์มรับส่งเมล์ที่ไม่ได้ป้องกัน ผู้ไม่ประสงค์อาจจะใช้ฟอร์มนั้นในการส่งข้อมูลกระหน่ำระบบได้ 
         - Backdoors นักพัฒนาเกือบทุกราย มักสร้างระบบ Backdoors เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน ซึ่งหากอาชญากรรู้เท่าทัน ก็สามารถใช้ประโยชน์จาก Backdoors นั้นได้เช่นกัน 
         - CGI Script ภาษาคอมพิวเตอร์ที่นิยมมากในการพัฒนาเว็บเซอร์วิส มักเป็นช่องโหว่รุนแรงอีกทางหนึ่งได้เช่นกัน 
         - Hidden HTML การสร้างฟอร์มด้วยภาษา HTML และสร้างฟิลด์เก็บรหัสแบบ Hidden ย่อมเป็นช่องทางที่อำนวย
ความสะดวกให้กับอาชญากรได้เป็นอย่างดี โดยการเปิดดูรหัสคำสั่ง (Source Code) ก็สามารถตรวจสอบและนำมา
ใช้งานได้ทันที 
         - Failing to Update การประกาศจุดอ่อนของซอฟต์แวร์ เพื่อให้ผู้ใช้นำไปปรับปรุงเป็นทางหนึ่งที่อาชญากร นำไป
จู่โจมระบบที่ใช้ซอฟต์แวร์นั้นๆ ได้เช่นกัน เพราะกว่าที่เจ้าของเว็บไซต์ หรือระบบ จะทำการปรับปรุง (Updated) ซอตฟ์แวร์ที่มีช่องโหว่นั้น ก็สายเกินไปเสียแล้ว 
         - Illegal Browsing ธุรกรรมทางอินเทอร์เน็ต ย่อมหนีไม่พ้นการส่งค่าผ่านทางบราวเซอร์ แม้กระทั่งรหัสผ่านต่างๆ ซึ่งบราวเซอร์บางรุ่น หรือรุ่นเก่าๆ ย่อมไม่มีความสามารถในการเข้ารหัส หรือป้องกันการเรียกดูข้อมูล นี่ก็เป็นอีกจุดอ่อนของธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นกัน 
         - Malicious scripts จะมีการเขียนโปรแกรมไว้ในเว็บไซต์ แล้วผู้ใช้เรียกเว็บไซต์ดูบนเครื่องของตน อย่างมั่นใจ
หรือว่าไม่เจอปัญหาอะไร อาชญากรอาจจะเขียนโปรแกรมแฝงในเอกสารเว็บ เมื่อถูกเรียก โปรแกรมนั้นจะถูกดึงไปประมวลผลฝั่งไคลน์เอ็นต์ และทำงานตามที่กำหนดไว้อย่างง่ายดาย โดยที่ผู้ใช้จะไม่ทราบว่าตนเองเป็นผู้สั่งรันโปรแกรมนั้นเอง 
         - Poison cookies ขนมหวานอิเล็กทรอนิกส์ ที่เก็บข้อมูลต่างๆ ตามแต่จะกำหนด จะถูกเรียกทำงานทันทีเมื่อมีการเรียกดูเว็บไซต์ที่บรรจุคุกกี้ชิ้นนี้ และไม่ยากอีกเช่นกันที่จะเขียนโปรแกรมแฝงอีกชิ้น ให้ส่งคุกกี้ที่บันทึกข้อมูลต่างๆ ของผู้ใช้ส่งกลับไปยังอาชญากร 
         - ไวรัสคอมพิวเตอร์ ภัยร้ายสำหรับหน่วยงานที่ใช้ไอทีตั้งแต่เริ่มแรก และดำรงอยู่อย่างอมตะตลอดกาล ในปี 2001 
พบว่าไวรัส Nimda ได้สร้างความเสียหายได้สูงสุด เป็นมูลค่าถึง 25,400 ล้าบบาท ในทั่วโลก ตามด้วย Code Red, Sircam, LoveBug, Melissa ตามลำดับที่ไม่หย่อนกว่ากัน 
         ปัญหาของโลกไอที มีหลากหลายมาก การทำนายผลกระทบที่มีข้อมูลอ้างอิงอย่างพอเพียง การมีทีมงานที่มีประสิทธิภาพ การวางแผน ติดตาม ประเมินผลอย่างสม่ำเสมอ คงจะช่วยให้รอดพ้นปัญหานี้ได้บ้าง



การเปลี่ยนไอคอนตรง Address Bar

การเปลี่ยนไอคอนตรง Address Bar


วิธีการเปลี่ยนไอคอนตรง Address Bar

1. ขั้นตอนแรกนำรูปไปแปลงให้เป็นไฟล์ .ico ก่อนค่ะ โดยเข้าไปที่เว็บ http://www.prodraw.net/favicon/index.php แล้วทำการ Browse รูปที่ต้องการทำเป็นไอคอน Address Bar  แล้วกด Upload it



2. ทางเว็บก็จะมีให้เลือกขนาด ในที่นี้ให้เลือก 16x16 px แล้วกด Generate It
3. เมื่อ Generate เสร็จก็จะขึ้นลิ้งค์ เราก็ก็อบปี้ลิ้งค์ ตรง No Sharpen ค่ะ

4.หลังจากก็อบปี้เสร็จก็เปิดหน้าของการแก้ไขบล็อก> การออกแบบ> แก้ไข HTML

 5. ทำการค้นหาคำว่า <title><data:blog.pageTitle/></title> แล้วนำโค้ดด้านล่างนี้ไปแปะไว้หลังคำดังกล่าว

<link href='ลิ้งค์ไอคอน' rel='shortcut icon' type='image/x-icon'/>

แล้วนำลิ้งค์ไอคอนมาวางไว้ตรงตัวอักษรสีแดง แค่นี้ก็เสร็จเรียบร้อยค่ะ อย่าลืมกด บันทึกด้วยนะ



Credit BY: Oriental Princess

เตือนภัยไวรัสจากเพื่อนในเอ็มเอสเอ็น

ไอทีในชีวิตประจำวัน 
เรื่อง  " เตือนภัยไวรัสจากเพื่อนในเอ็มเอสเอ็น "

credit : http://t-zaa.com


เอ็มเอสเอ็น (MSN Messenger) คือโปรแกรมที่ช่วยในการสื่อสาร หรือสนทนาออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถเลือกแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายให้กับบริษัทผู้พัฒนาในการนำโปรแกรมมาใช้ เป็นที่นิยมจนอาจกล่าวได้ว่าผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทุกคนรู้จักโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น การรู้จักใช้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นในทางที่ถูก สมเหตุสมผลอาจสร้างคุณประโยชน์ได้อย่างเอนกอนันต์ แต่ถ้าไม่รู้จักใช้ก็อาจเกิดโทษมหันต์ อาทิ นักศึกษาแชท(Chat)กับเพื่อนเพลินจนไม่ออกจากหอพักไปเรียนหนังสือ หรือแอบแชทระหว่างเรียนผ่านโทรศัพท์(Smart Phone)จนไม่ฟังครูสอน เจ้าหน้าที่ในบริษัทแชทเพลินจนไม่ตั้งใจทำงาน ให้เวลากับงานน้อยลง หรือมีเวลาว่างมากจนสามารถหาเพื่อนแปลกหน้าจากอินเทอร์เน็ตมาเป็นเพื่อนสนิทได้...
นโยบายของบริษัทหรือสถาบันการศึกษาบางแห่งปฏิเสธการให้บริการโปรแกรมบางประเภทแก่สมาชิกในองค์กร บางแห่งยกเลิกการให้บริการอินเทอร์เน็ตเพราะไม่เห็นความจำเป็น หรือให้บริการเฉพาะที่มีประสิทธิผลต่อองค์กร อาทิ จำกัดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นต่อองค์กร จำกัดบริการเพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัย หรือจำกัดการใช้ทรัพยากรเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ตัวอย่างการปฏิเสธบริการในองค์กร เช่น ไม่บริการโปรแกรมบิททอร์เร้นท์ (Bittorent) บล็อกเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสม จำกัดเวลาการใช้งานของผู้ใช้บางกลุ่ม หรือจำกัดความเร็วในการรับส่งข้อมูล ถ้าไม่จำกัดอาจมีพนักงานบางท่านดาวน์โหลดภาพยนต์จากอินเทอร์เน็ตเขียนลงซีดี แล้วนำกลับไปสะสมไว้ที่บ้าน...
                            ไวรัสจากโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นเป็นภัยเงียบที่ระบาดในองค์กรจนสร้างความเสียหายได้ง่าย เพราะในรายชื่อผู้ติดต่อ(Contact List) ที่อยู่ในโปรแกรมเอ็มเอสเอ็น ล้วนเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของบัญชี (Account Owner) หากไวรัสแอบใช้ชื่อเพื่อนสนิทส่งแฟ้มข้อมูลมาให้ ผู้รับมักดาวน์โหลด(Download)เข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วยความไว้วางใจ กว่าจะรู้ตัวก็ติดไวรัสตัวไปแล้ว และโปรแกรมแอนตี้ไวรัส(Antivirus Program) ก็มักไม่รู้จักไวรัสที่มาใหม่ เพื่อนสนิทที่ส่งไวรัสให้ผู้รับก็ไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น ทางป้องกันคืออย่าไว้ใจใคร ทางแก้ไขคือค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต และแก้ไขไปตามวิธีที่สะดวกที่สุด...
ถ้าไม่สามารถเลิกใช้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็นก็ต้องหาวิธีป้องกัน วิธีแรกคือปรับปรุงรุ่นของโปรแกรมเอ็มเอสเอ็นไม่ให้เป็นเหยื่อของไวรัสด้วยการดาวน์โหลดและติดตั้งแทนของเดิม วิธีที่สองคือปรับรุ่นของโปรแกรมป้องกันไวรัสอยู่เสมอ วิธีที่สามคืออ่านข่าวสารข้อมูลด้านไอทีอยู่เสมอ เพราะข่าวสารเหล่านั้นจะทำให้เรารู้เท่าทันภัยคุกคามที่เปลี่ยนรูปแบบเข้ามาทำร้ายข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ของเราอยู่ตลอดเวลา ถ้าถูกคุกคามไม่ว่าจากไวรัสคอมพิวเตอร์(Virus Computer) หรือสปายแวร์(Spyware) ก็ต้องหาวิธีป้องกัน หรือแก้ไขในทันทีจากคำแนะนำที่ได้จากเว็บไซต์ หาข้อมูลเพิ่มเติมที่ google.com และหวังว่าท่านจะไม่ปล่อยให้วัวหายแล้วค่อยล้อมคอก จึงแนะนำไว้ก่อนว่ากันไว้ดีกว่าแก้ เพราะแย่แล้วจะแก้ไม่ทัน...

credit : http://www.thaiall.com/itinlife

เทคโนโลยีสมัยใหม่

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องก้าวให้ทันกับโลกยุคโลกาภิวัฒน์อยู่เสมอ

           เทคโนโลยีสนองต่อความต้องการของมนุษย์ในทุกๆด้านโดยเฉพาะด้านความสดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวหรือไกลตัว ล้วนแล้วแต่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องล้วนๆทั้งนั้น  แต่ควรรู้ไว้ว่าใช้เทคโนโลยีอย่างควรถูกกาลเทศะ ใช้อย่างถูกวิธีไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น 
           ความรู้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเทคโนโลยี  การใช้ความรู้ที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เกิดประสิทธิผลตามมาจนก่อเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆของโลกในยุคเทคโนโลยี

น่ารู้ไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

กระเป๋าเงินไฮเทคไม่ใช่เจ้าของเปิดไม่ได้ 

               ใครที่ขี้ลืม หรือค่อนข้างรู้สึกกังวลเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์ของตนเองอยู่บ่อยๆ ว่า จะถูกล้วง หรือลืมทิ้งไว้ที่ไหนเข้าสักวัน บางที Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าเงินไฮเทคฯรุ่นนี้อาจจะเหมาะกับคุณ เนื่องจากมันมาพร้อมกับคุณสมบัติในการ"ล็อค" โดยไม่ยอมให้ใครเปิดช่องเก็บใส่เงินสด และบัตรเครดิต หากคนๆ นั้นไม่ใช่คุณ
Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าสตางค์ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความทนทาน มาพร้อมกับเทคโนโลยีเครื่องอ่านลายนิ้วมือ (biometric finger reader) และระบบแจ้งเตือนสัญญาณไร้สายบลูทูธ (bluetooth alarm) ซึ่งทางผู้ผลิตรับประกันว่า ขโมย หรือโจรจะไม่สามารถเปิดเอาเงิน หรือบัตรเครดิตของคุณออกจากกระเป๋าได้นอกจากทำลายมันซะ


              คุณสมบัติ การทำงานของมันก็คือ เจ้าของกระเป๋าสตางค์จะต้องใช้นิ้วมือสัมผัสกับเครื่องอ่านขนาดเล็ก ซึ่งทำหน้าที่"ล็อค"ช่องเปิดใส่เงิน หรือบัตรเครดิตในกระเป๋าสตางค์ ในขณะที่หากเป็นคนอื่นจะไม่สามารถเปิดได้ นอกจากนี้ ในกรณีที่เจ้าของลืมกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ห่างตัวเกินกว่า 5 ฟุต (ประมาณ 1.5 เมตร) ระบบแจ้งเตือนไร้สายด้วย bluetooth จะส่งสัญญาณไปยังมือถือ เพื่อเตือนให้คุณกลับไปเอากระเป๋าสตางค์ที่ลืมเอาไว้ สำหรับใครที่รู้สึกตัวว่าขี้ลืม และขี้กังวล ก็สามารถจับจอง Dunhill Biometric Wallet ได้ด้วยในราคาแค่ 825 เหรียญฯ หรือประมาณ 26,000 บาทเท่านั้น อุ๊ปส!!!

Android โอเอสมือถือที่ขายดีที่สุดในโลก 

              รายงานวิจัยตลาดล่าสุดจากบริษัท Canalys เปิดเผยว่า ยอดขายของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2010 มีตัวเลขสูงถึง 32.9 ล้านเครื่อง ซึ่งผลจากตัวเลขดังกล่าวทำให้ Android ขึ้นแท่นระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนที่ขายดีทีสุดในโลกแซงหน้า Symbian ที่มียอดขายตกเป็นอันดับสองอยู่ที่ 31 ล้านเครื่องไปเรียบร้อยแล้วหากพิจารณาในแง่ส่วนแบ่งตลาด Android มีอัตราการเติบโตสูงถึง 615% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2009 โดยล่าสุด มือถือ Android มีส่วนแบ่งตลาด 32.5% ในขณะที่ Symbian ตกจาก 44.4% มาอยู่ที่ 30.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 45% ได้แก่ HTC และ Samsung ส่วน iOS ของ Apple มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 คือ 16% โดยในไตรมาสสุดท้าย ยอดขายของ iPhone ทะลุ 16.2 ล้านเครื่อง

              ทาง ด้าน BlackBerry ของ RIM ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาก็มียอดขายตกลงเช่นกัน โดยลดลงจาก 20% ในปี 2009 มาอยู่ที่ 14.4% ส่วนโอเอสบนมือถือของ Windows รั้งท้ายอันดับ 5 โดยเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2009 ซึ่งยังเป็นWindows Mobile 6.x กับ Windows Phone 7 ปรากฎว่า ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 7.3 เหลือ 3.1 แม้ตามรายงานข่าวล่าสุด Microsoft จะออกมาเปิดเผยว่า ยอดส่งสินค้าของ Windows Phone 7 ในช่วงสามเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีจะทะลุ 2 ล้านเครื่องไปแล้วก็ตาม งานนี้ Microsoft คงต้องออกแรงฮึดอีกไม่น้อยเลยทีเดียว


เลือกย้าย"เบอร์มือถือ"กับระบบที่ดีที่สุด

              รายงานข่าวล่าสุด คุณผู้อ่านที่รู้สึกว่า เครือข่ายบริการมือถือที่ใช้อยู่ไม่ค่อย OK ใช้งานเดี๋ยวๆ ก็หลุด หรือพบจุดอับสัญญาณบ่อย ต้องคอยต่อสายใหม่อีกครั้ง ครั้นจะเปลี่ยนไปใช้บริการเครือข่ายที่มีคุณภาพเหนือกว่า แต่ก็ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ที่ใช้มาตั้งแต่นานแล้ว โอกาสของคุณมาถึงแล้ว ไมว่าคุณจะใช้งานมือถือระบบอะไรก็ตาม คุณก็สามารถย้ายระบบโดยไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ด้วย MNP (Mobile Number Portability) หรือบริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยความร่วมมือของทั้งห้าผู้ให้บริการเครือข่ายและคณะกรรมการกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทำให้ผู้ใช้มือถือทุกคน สามารถเลือกเปลี่ยนเครือข่ายมือถือได้ตามความต้องการ โดยยังใช้เบอร์เดิมได้อย่างสบายอกสบายใจตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา

              วิธีการก็ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่คุณผู้อ่านตรงไปติดต่อที่ศูนย์บริการของเครือข่ายมือถือที่คุณไว้ วางใจที่สุด เขาก็จะดำเนินการ MNP ให้ตามขั้นตอนทันที ประเด็นอยู่ที่ว่า แล้วเครือข่ายไหนล่ะ ที่จะตอบสนองความต้องการของคุณได้ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพของบริการดีที่สุด ซึ่งหากปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของคุณอยู่ที่ คุณภาพเครือข่าย ความคุ้มค่าของแพ็กเกจโปรโมชั่น มาตรฐานบริการ และสิทธิประโยชน์ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ล่ะก็ AIS คือระบบที่ลงตัวที่สุด

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability
             ด้วยคุณภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย แม้ในพื้นที่ห่างไกลก็ไร้ปัญหาเรื่องขาดสัญญาณการติดต่อ พร้อมให้บริการทุกพื้นที่ด้วยแพ็กเกจค่าโทรหลากหลาย ซึ่งลูกค้าเลือกมิกซ์แอนด์แมตซ์ ได้เองตามไลฟ์สไตล์ เช็ครายละเอียดการโทร (Call Detail) หรือเปลี่ยนโปรโมชั่นได้เอง 24 ชั่วโมงผ่านบริการ eService แล้วยังมีบริการเสริมมากมาย ให้ผู้ใช้ทั้งแบบ GSM advance และ One-2-Call!
สำหรับ ผู้ใช้ Smartphone หรือ กลุ่ม social networking people ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Blackberry หรือ iPhone เอไอเอสก็มีแพ็กเกจสุดคุ้มไว้รองรับ หรือถ้าคุณเป็นผู้ใช้โทรศัพท์ที่เน้นการโทรอย่างเดียว GSM 1800 มีโปรโมชั่นราคาประหยัดที่สุดไว้บริการ และไม่ว่าคุณจะใช้โทรศัพท์แบบไหน เน้นบริการแบบใด หากมีปัญหา หรือข้อสงสัย ต้องการที่ปรึกษา AIS CALL CENTER 1175 ยินดีอย่างมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability
              นอกจากนี้ AIS ยังให้สิทธิประโยชน์พิเศษ ในชีวิตประจำวันแก่ลูกค้าทุกคน ทั้งดูหนังราคาพิเศษเพียง 60 บาท ส่วนลดช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ส่วนลดร้านอาหารต่างๆ รวมถึงส่วนลดค่าโดยสาร BTS/MRT อีกด้วย เรียกว่า AIS ดูแลครบทุกไลฟ์สไตล์ ยิ่งใช้บริการมากยิ่งได้รับสิทธิพิเศษมาก อย่างลูกค้าในกลุ่ม Serenade ก็จะได้สิทธิพิเศษยิ่งขึ้น เช่น บริการเครื่องดื่มฟรีที่สนามบินชั้นนำภายในประเทศ บริการสำรองที่จอดรถพิเศษ ณ ศูนย์แสดงสินค้า และห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ ห้องรับรองพิเศษใน Serenade Club และ AIS Shop ทั่วประเทศ
ล่าสุด AIS จัดโปรแกรมพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ใช้เครือข่ายอื่น ซึ่งปกติมีค่าใช้บริการมากกว่า 1,500 บาทต่อเดือน เพียงนำใบเสร็จหรือใบแจ้งค่าบริการของหมายเลขนั้นมาแสดง AIS ยินดีมอบโปรแกรมทดลอง โดยมอบสิทธิ์การเป็นลูกค้า Serenade ให้ถึง 6 เดือน เพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าใหม่ ผู้สนใจเปลี่ยนระบบมาใช้ AIS ติดต่อสอบถามได้ที่ AIS Shops ทุกสาขา หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.ais.co.th/mnp


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก  http://www.arip.co.th/