การจัดการความรู้ 10 อันดับกระแสนิยม

วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
10 อันดับ กระแสนิยม


1. กระแสนิยม นิยายเกาหลี ญี่ปุ่น
นิยายเกาหลีเป็นหนังสือนิยายประเภทหนึ่ง ที่ผู้อ่านต้องใช้จินตนาการไปพร้อมๆกับการอ่าน
อาจมีพวกลิซึ่มถึงขนาดออกท่าทาง หรือ ร้องไห้ไปกับบทนั้นๆ อาการแบบนี้เค้าเรียกว่าอิน
เพิ่งจะเป็นที่นิยมในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา หลังจากไอดอลเกาหลีบูม อะไรๆก็ดูจะบูมตามไปหมด
อยากรู้จริงกลิ่นตดคนเกาหลียังจะหอมอยู่มั้ย กลับมาที่นิยายเกาหลี มีอยู่หลายแบบหลายสไตล์
ให้เลือกชิม เย้ย! เลือกชม มีทั้งแบบกัดๆกันแล้วกลับมารัก หรือ รักร้าวของสามเรา ถ้าหากจะเปรียบ
ให้เห็นภาพก็น่าจะคล้ายกับนิยายเล่มละบาทรุ่นบุพการี แต่สมัยนี้แพงสุโค่ย เล่มนึงเท่าค่าขนม
ทั้งอาทิตย์แต่ก็อย่างว่าอะไรที่มันกำลังอินเทรนด์ เด็กไทยยอมอยู่แล้ว ซื้อไปซื้อมาเต็มบ้าน

อ่านรอบเดียวเบื่อแล้วทีนี้จะเอามันไปทำอะไร?
การ์ตูนญี่ปุ่นนั้น เป็นเนื้อเรื่องที่แสดงให้เห็นภาพประกอบ ซึ่งประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศแฟชั่น
เปิดเผย รูปการ์ตูนก็ออกมาตามนั้น เป็นการ์ตูนที่อ่านได้ง่ายจึงเป็นที่นิยม ราคาสบายกระเป๋า
จะเช่าก็มีร้านการ์ตูนบริการมากมาย

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นการดีที่เด็กไทยหันมาสนใจอ่านหนังสือกัน
มากขึ้นแม้จะเป็นการอ่านเพียงเพราะความบันเทิงเท่านั้นก็ตาม แต่หากมองในทางกลับกันจะเห็นได้ว่า
การอ่านหนังสือเป็นการรักการอ่านอย่างหนึ่ง ซึ่งทำให้ผู้อ่านผ่อนคลาย ดีกว่าการทำกิจกรรมอันไม่เกิด
ประโยชน์เป็นไหนๆ


2. กระแสนิยมการเล่นโยคะ
โยคะ คือ อะไร?
โยคะ คือ การบริหารร่างกาย ใช้เวลาไม่มากและประหยัดเนื้อที่ คนส่วนใหญ่มักไม่ให้ความสำคัญกับ
การออกกำลังกาย โยคะจึงเป็นตัวเลือกที่สนใจ แต่พอมันเป็นกระแส บางคนเล่นเพราะต้อง
การออกกำลังกายแต่ไม่มีเวลาบางคนเล่นเพราะอยากลองเล่นดูเห็นมันดังนักดังหนา บางคนคิดหา
กำไรจากธุรกิจด้านนี้จึงเกิดเป็นโยคะร้อน น้ำหนักมันจะไม่ลงได้ยังไงก็เล่นร้อนซะขนาดนั้น
เหงื่อออกจนหมดตัวน้ำหนักไม่ลดก็บ้าแล้ว ก็ยังดีที่ธุรกิจด้านนี้ยังมีประโยชน์ต่อผู้อุปโภค แต่ถ้าถาม
ตามความเป็นจริงคุณจะเสียเวลา เสียเงินไปอีกทำไม แค่ถูบ้านที่บ้าน ได้ออกกำลังกาย ได้ทั้งเหงื่อ
ประหยัดทั้งเงิน ทั้งเวลายังจะต้องออกไปเสียเงินฟรีๆอีกทำไมกัน?

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : หากเราจะเล่นโยคะ เพื่อสุขภาพก็เป็นการดี แต่ถ้าเรากลับมาพินิจพิจารณา
ดูอีกครั้งจะพบว่าหากเราทำงานบ้าน อาทิ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน ล้างจาน ซักผ้า ตากผ้า รดน้ำต้นไม้
ล้วนแล้วแต่เป็นกิจกรรมที่เคลื่อนไหวร่างกาย และเรียกเหงื่อทั้งสิ้น เมื่อรู้อย่างนี้ จะยังเสียเงินไปอีก
ทำไมกัน?

3. กระแสนิยมการเล่นไฮ5
ทำไมต้องไฮ5? นั่นสิทำไมต้องไฮ5 ทำไมไม่เป็นไฮ6 ไฮ7
เมื่อลองหาเหตุผลของคนเล่นไฮ5หลายๆคน ส่วนใหญ่จะเป็นพวกรู้สึกดีกับตัวเลขที่เพิ่มขึ้น
ส่วนคนที่ไม่เล่นนั้นให้เหตุผลว่า มันไร้สาระที่จะนั่งคุยกับคนไม่รู้จัก เป็นสังคมที่หลอกลวง จะนำภาพ
ใครมาเฟคก็ได้และมีคนนึงให้เหตุผลว่าเพราะเค้าใช้ PhotoShop ไม่เป็น
(ที่ตอบแบบนี้เพราะเค้าเห็นว่าคนส่วนใหญ่ต่างใช้ PhotoShop ในการแต่งรูปกันทั้งนั้น ๕๕๕.)
 แต่ถ้าเป็นเด็กศรีอาจใช้ Gimp ก็เป็นได้

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : ไม่ว่าจะเป็น Hi5 Facebook Block Diary Myspace มีทั้งส่วนที่เหมือน ส่วนต่าง
ส่วนที่น่าสนับสนุน และส่วนที่ควรจะปรับปรุง จะขอพูดถึงไฮ5 โดยภาพรวมแล้ว ก็ไม่ได้แตกต่าง
จากโปรแกรมข้างต้นที่กล่าวมา แต่ถ้าเจาะลึกลงไป จะเป็นโปรแกรมที่เปิดกว้างมากๆ
ไม่ว่าใครก็สามารถเล่นได้ Copy ข้อมูลคนอื่นแล้ว Fake ว่าเป็นของตัวเองก็ทำได้ง่ายมากๆ
จึงเห็นได้ว่ามีคนออกมาเรียกร้องว่าโดน Copy รูปของตนไป Fake อยู่เสมอ

4.กระแสนิยมเกาหลี 
ชั่วโมงนี้ปฏิเสธกระแสเกาหลีได้อย่างไร ของเค้าแร๊ง!!!
เพลงฮิตติดหูชั่วโมงนี้ก็เกาหลี นักร้องน่าใสชั่วโมงนี้ก็เกาหลี นักแสดงนำหน้าหวานก็เกาหลี
เกาหลีเข้าเส้นเลือด เอาเป็นว่าถ้าเด็กไทยโอนสัญชาติได้ คงหมดประเทศแล้ว = =;
หนังสือสรุปวิทยาศาสตร์เล่มละ 199 เด็กไทยเมิน แต่รวมโฟโต้บุคเอสเจเล่มละ 599
มันแห่จองกันให้พรึบ ซีดีโดเรม่อน 199 น้องอยากได้ เธอหันกลับไปด่าน้องในบัดดล
แต่พอหันมาเจอลิมิเตดอิดิชั่นดงบัง เหยียบพัน ดันจ่ายสด - -*
ทำอะไรก็ทำแต่พอดี ชอบก็ซื้อไป มีกำลังก็ซื้อไป แต่ไม่ใช่ว่า ตามเก็บมันทุกอัลบั้ม
เพราะไม่เพราะไม่รู้ซื้อก่อน ซื้อมาร้องพึมพำๆ แปลก็แปลไม่ออก แล้วสรุปซื้อมาเพื่อ?

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : ข้าพเจ้าเป็นอีก 1 คน ที่ฟังเพลงเกาหลี แต่ไม่ได้คลั่งไคล้ขนาดซื้อเก็บ
ไว้ทุกอัลบั้มแค่มีฟังบ้าง ก็เพื่อนมันเปิดอัดหูทุกวี่ทุกวัน ร้องไม่ได้ก็แย่แล้ว แม้จะต่างภาษา
แต่ความคุ้นหูมันก็สามารถข้าพเจ้าฟังเฉพาะเพลงเบาๆ หรือไม่ก็เพลงที่มีจังหวะ ไม่ฟังเพลงโหวกเหวก
มันน่ารำคาญ สรุปโดยรวม คือ แล้วแต่คนชอบจ้ะ ถ้าไม่เดือดร้อนพ่อแม่ หรือใครๆ ก็โอเค

5.กระแสนิยมการเรียนตามเพื่อน
ใจจริงอยากเรียนศิลป์-จีน แต่เพื่อนๆมันบอกสายวิทย์เหอะ ดีที่สุด แล้วเป็นยังไง เข้าไปกับมัน
ตอนชวนอ่ะ มันหาสรรพคุณเป็น 100 เป็น 1000 มาพรรณนา แต่พอไฟล์นอล คุณอยากได้ซัมบอดี้
มาช่วยคุณ แต่มันจะโนบอดี้ ๕๕๕. แต่หากจะถามถึงความเป็นจริงในปัจจุบัน เรียนสายวิทย์คณิต
มีเปอเซนต์ความได้เปรียบมากกว่าเด็กเรียนสายศิลป์หลายเท่า เพราะเมื่อคุณเรียนจบสายวิทย์คณิต
พอถึงเวลาเตรียมเข้าเรียนอุดมศึกษา คุณสามารถสอบได้แทบทุกคณะ ประมาณ 90 เปอเซนต์
ของคณะทั้งหมดเลยทีเดียว

วามคิดเห็นส่วนบุคคล : บางคนไม่เรียนตามเพื่อนแค่เลือกสายเรียนเท่านั้น
ยังลามไปถึงการเรียนกวดวิชาด้วย หากจะให้เห็นผลในการเรียนจริงๆ
ควรจะเลือกเรียนเพราะต้อง การศึกษาดีกว่าการเรียนตามเพื่อน

6.กระแสนิยมตุ๊กตาบลายธ์
ตุ๊กตาบลายธ์ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกใน ค.ศ. 1992 ที่ประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา
แต่ออกมาได้เพียงปีเดียวก็ต้องพับโครงการผลิตลงไปจนกระทั่งเมื่อ ค.ศ. 1997 ตุ๊กตาบลายธ์กลับมา
ได้รับความนิยมอีกครั้ง ราคาถูกที่สุดอยู่ที่ราคาประมาณ 3000 - 5000 บาท
แต่ถ้าเป็นตัวที่เป็นคอลเลคชั่นของนักสะสมล่ะก็ เหยียบๆ 7 หลักเลยทีเดียว (จะแพงไปไหน?)
เศรษฐกิจขนาดนี้ แต่ตุ๊กตาบลายธ์ก็ยังคงขายได้เรื่อยๆ จากผู้ที่มีกำลังทรัพย์ และจากผู้ที่มีไม่มาก
แต่ติดกระแสนิยม ซึ่งตามจริงตุ๊กตาบลายธ์ กับ ตุ๊กตาบาร์บี้ไม่ได้ต่างกันมากนัก แต่แนวโน้มอาจมา
จากผู้คนที่นิยมตุ๊กตาที่มีความใส ตากลมโต ซึ่งเจ้าตุ๊กตาบลายธ์นี้ตาโตมากแถมยังมีลูกเล่นมากมาย
แต่ถึงกระนั้นก็ยังแพงเกินราคา

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : เป็นอีก 1 กระแสที่ข้าพเจ้าไม่เห็นถึงประโยชน์
ของมันซักเท่าไหร่ มันจะใช้ประโยชน์ได้คุ้มค่ากับราคาอันแสนสยองได้จริงหรือ?
คนที่เค้าซื้อไปหลายตัว เค้าซื้อไปทำอะไรกัน? ซื้อไปเล่นแต่งตัว แค่นั้นจริงๆน่ะหรือ?

7.กระแสนิยมเอะอะอะไรก็สายวิทย์
กระแสนิยมนี้เป็นกระแสนิยมที่ข้าพเจ้าเห็นว่าเข้าท่าที่สุด จริงอยู่ที่สายวิทย์เรียนหนัก
แต่จากความพยายามใน 6 ปีที่ร่ำเรียนมา เมื่อถึงเวลาเอนทรานซ์ เด็กสายวิทย์จะมีทางเลือก
มากกว่าสายอื่นๆ และเพราะเป็นเช่นนี้ นี่อาจเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ใครหลายๆคนเข้า
เรียนสายนี้ก็เป็นได้

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : เป็นกระแสนิยมที่เข้าท่าอยู่ไม่น้อยทีเดียว ไม่ใช่ต้องการให้หันมา
เรียนสายนี้กันหมด ไม่ได้อยากจะโน้มน้าวจิตใจแต่ประการใด แต่มันเห็นถึงทางเลือกอันมาก
หากเรียนจบสายนี้ต่างหาก จึงได้แนะนำ หากคุณเป็นคนค่อนข้างเรียนดี
ไม่ควรปล่อยโอกาสให้หลุดลอยนะจ้ะ

8.กระแสนิยมการ Copy
ใครว่าของ Copy จะดังแต่จีนแดง ของไทยเราก็ดังไม่น้อยหน้าใคร (น่าภูมิใจมั้ย?)
ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าเกรดเอ กระเป๋าแบรนด์เนม นาฬากายี่ห้อหรู แว่นตานำเข้า
โทรศัพท์รุ่นล่าสุด แผ่นหนังชนโรงภาพยนตร์ หรือแม้กระทั่งเพลงเต็ม เอ็มวี
ออกใหม่ๆแบบแกะกล่อง คนไทยก็สามารถ Copy ออกมาวางขายได้อย่างแนบเนียน
แถมยังรวดเร็ว และราคาถูก จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมถึงขายดี ด้วยสรรพคุณข้างต้น
จึงทำให้เป็นที่สนใจของบรรดานักซื้อมากหน้าหลายตา

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : การ Copy แม้จะเป็นสิ่งผิดกฏหมาย แต่ราคาที่เรียกว่า แทบจะต้นทุน
ทำให้ผู้ขาย และผู้ซื้อ ต่างก็นิยมชมชอบ ปฏิเสธยากเสียเหลือเกินกับของถูกเนี่ย คนไทย
กับของถูกมันช่างเกิดมาคู่กันอย่างแท้จริง

9.กระแสนิยมอินดี้
คุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นเด็กอินดี้รึเปล่า?
ถ้าใช่ ขอถามหน่อยว่าคุณรู้มั้ยว่า อินดี้ หมายถึงอะไร?
ถ้าไม่รู้จะเฉลยไว้ ณ ทีนี้ ว่าอินดี้มาจากรากศัพท์ Independent หมายถึง อิสระ
ซึ่งเพราะที่มันแปลว่าอิสระ จึงเกิดแรงบันดาลใจอีกมากมาย เช่น เพลงอินดี้ งานอินดี้
การแต่งตัวแนวอินดี้ แต่ยังไงก็ตามแต่ ก็ยังเป็นที่น่าภูมิใจที่เด็กไทยสมัยใหม่หันมาให้ความสนใจ
สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆที่เกิดิประโยชน์กันมากขึ้น

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : เพลงแนวอินดี้ เป็นอีกหนึ่งแนวเพลงที่ข้าพเจ้าก็นิยมชมชอบอยู่ไม่น้อย
เรื่องของดนตรีส่วนใหญ่มักมีประโยชน์นะ เพราะดนตรีไม่เคยทำให้ใครเดือดร้อน เว้นไอพวกตีกัน
เพื่ออวดหญิงดนตรีเป็นหนึ่งวิธีคลายเครียดของข้าพเจ้า ซึ่งมันก็ได้ผลมากเลยทีเดียว

10.กระแสนิยมจตุคาม
จตุคาม ใครได้ยินชื่อนี้คงจะร้องอ๋อไปตามๆกัน เพราะ บรรดานักเล่นพระทุกแขนงต่างมีไว้ในครอบครอง
ม่มากก็น้อยสืบเสาะจากประวัติไม่ทราบแน่ชัดถึง จตุคามองค์แรกของไทย แต่ถ้าเป็นรุ่นของจตุคาม
กลับมีมากมายให้เลือกเช่าจตุคามรุ่นที่แพงที่สุดคือรุ่นปี 30 เพราะเป็นปีที่เกิดการบูชาองค์
พ่อจตุคามรามเทพเป็นครั้งแรก

ความคิดเห็นส่วนบุคคล : หากคุณเป็นอีก 1 คนที่เช่าพระมาเพราะความศรัทธา
ข้าพเจ้าขอสนับสนุนการกระทำนั้น แต่คนที่เช่ามาเพื่อเก็งกำไรในภายภาคหน้า
อยากจะขอให้เปลี่ยนทัศนคติซะใหม่ เพราะพระมีไว้เพื่อการบูชาและยึดเหนี่ยวจิตใจ
ไม่ใช่เพื่อการเงิน

"โมเดลการจัดการความรู้" สำหรับนักศึกษา IT [KM Model For IT]

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
โมเดลการจัดการความรู้
สำหรับนักศึกษา IT

โมเดลการจัดการความรู้ ทำขึ้นก็เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการความรู้ อย่างหนึ่งที่มีกระบวนการจัดการความรู้ดังนี้

1.  การกำหนดเป้าหมาย: กำหนดว่าเราจะเลือกเรียนแขนงไหน เพื่อให้ตรงกับงาน
ที่เราจะทำในอนาคต
2.  การสร้าง/จัดหาความรู้: การสร้างความรู้ การใฝ่เรียน พยายามหาความรู้เข้าสมอง
อยู่ตลอดเวลา
3.  กลั่นกรอง/คัดเลือก: พยายามกลั่นกรองความรู้ว่าความรู้ไหนควรหรือไม่ควร
ดีหรือไม่ดี
4.  จัดเก็บความรู้: เราต้องนำความรู้ที่ได้มาจัดสรรให้สามารถเข้าใจได้ง่่ายและง่าย
ต่อการนำมาใช้  ประโยชน์อีกครั้ง
5.  การใช้งาน: เมื่อเราจัดเก็บความรู้ เราก็ต้องนำความรู้มาใช้งานบ้าง เพื่อเป็นการ
กระตุ้นสมองไปในตัว
6.  แบ่งปัน/แลกเปลี่ยนความรู้: พยายามแลกเปลี่ยนความรู้กับเพื่อนบ่อยๆ เ
ผื่อด้ความรู้ใหม่ๆเข้ามา
7.  การประยุกต์ใช้: นำความรู้ที่ได้เรียนมาปรับ ประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันให้ได้มากที่สุด8.  ประมวลผล/วัดผลความรู้: หมั่นทดสอบความรู้ที่ตัวเองเรียนมาว่า ที่เรียนมานั้นเรา
มีความรู้จริงแค่ไหน
9.  ยกย่อง/ชมเชย: เมื่อเราประมวลความรู้ เราก็ควรจะให้รางวัลแก่ตนเอง
พื่อเป็นปลอบใจให้แก่ตนเองสู้ต่อไป
10. การเผยแพร่ความรู้: ข้อนี้สำคัญมาก เมื่เราสำเร็ตการศึกษา ควรนำความรู้ที่ได้เล่าเรียน
มาเผยแพร่ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ต่อประเทศชาติบ้าง

โมเดลการจัดการความรู้, Model, KM

คำศัพท์น่ารู้เกี่ยวกับการจัดการความรู้

เรามาดูคำศัพท์น่ารู้ของการจัดการความรู้  



Knowledge strategy : การวางแผนกลยุทธทางด้านความรู้
Knowledge sharing : การแบ่งปันความรู้
Knowledge workers : องค์กรขับเคลื่อนด้วยคนที่มีความรู้ เกิดองค์กรแห่งการเรียนรู้ ซึ่งให้ความ
สำคัญกับ การพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ การเรียนรู้และความรู้องค์กรสมรรถนะสูงองค์กรอัจฉริยะ
Leverage of knowledge asset : ความรู้ที่สร้างขึ้นมาได้จาก SECI 

กิจกรรมการเรียนรู้ขององค์การ
Action  Learning : การเรียนรู้มากจากการปฏิบัติ
Analyzing  Mistakes : การวิเคราะห์ความผิดพลาดจากการทำงาน
Brainstorming : การระดมสมองในการทำงาน
Computer - Mediated  Communications (CMC) : การติดต่อสื่อสารผ่านทางคอมพิวเตร์
External  Consultants : การมีที่ปรึกษาภายนอกองค์การ
Learning  Contracts : ข้อตกลงระหว่างผู้เรียนกับผู้สอน
Mentoring/ Coaching : การพัฒนาระบบพี่เลี้ยง 
Networking : การสร้างเครือข่ายการทำงาน
Portfolios : แฟ้มงานเพื่อการพัฒนา
Project  work : การพัฒนาการทำงานเชิงโครงสร้าง
Rotating  jobs : การหมุนเวียนการทำงาน
Team  working : การทำงานเป็นทีม

เทคโนโลยีสมัยใหม่

โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องก้าวให้ทันกับโลกยุคโลกาภิวัฒน์อยู่เสมอ

           เทคโนโลยีสนองต่อความต้องการของมนุษย์ในทุกๆด้านโดยเฉพาะด้านความสดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวหรือไกลตัว ล้วนแล้วแต่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องล้วนๆทั้งนั้น  แต่ควรรู้ไว้ว่าใช้เทคโนโลยีอย่างควรถูกกาลเทศะ ใช้อย่างถูกวิธีไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น 
           ความรู้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเทคโนโลยี  การใช้ความรู้ที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เกิดประสิทธิผลตามมาจนก่อเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆของโลกในยุคเทคโนโลยี

น่ารู้ไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

กระเป๋าเงินไฮเทคไม่ใช่เจ้าของเปิดไม่ได้ 

               ใครที่ขี้ลืม หรือค่อนข้างรู้สึกกังวลเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์ของตนเองอยู่บ่อยๆ ว่า จะถูกล้วง หรือลืมทิ้งไว้ที่ไหนเข้าสักวัน บางที Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าเงินไฮเทคฯรุ่นนี้อาจจะเหมาะกับคุณ เนื่องจากมันมาพร้อมกับคุณสมบัติในการ"ล็อค" โดยไม่ยอมให้ใครเปิดช่องเก็บใส่เงินสด และบัตรเครดิต หากคนๆ นั้นไม่ใช่คุณ
Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าสตางค์ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความทนทาน มาพร้อมกับเทคโนโลยีเครื่องอ่านลายนิ้วมือ (biometric finger reader) และระบบแจ้งเตือนสัญญาณไร้สายบลูทูธ (bluetooth alarm) ซึ่งทางผู้ผลิตรับประกันว่า ขโมย หรือโจรจะไม่สามารถเปิดเอาเงิน หรือบัตรเครดิตของคุณออกจากกระเป๋าได้นอกจากทำลายมันซะ


              คุณสมบัติ การทำงานของมันก็คือ เจ้าของกระเป๋าสตางค์จะต้องใช้นิ้วมือสัมผัสกับเครื่องอ่านขนาดเล็ก ซึ่งทำหน้าที่"ล็อค"ช่องเปิดใส่เงิน หรือบัตรเครดิตในกระเป๋าสตางค์ ในขณะที่หากเป็นคนอื่นจะไม่สามารถเปิดได้ นอกจากนี้ ในกรณีที่เจ้าของลืมกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ห่างตัวเกินกว่า 5 ฟุต (ประมาณ 1.5 เมตร) ระบบแจ้งเตือนไร้สายด้วย bluetooth จะส่งสัญญาณไปยังมือถือ เพื่อเตือนให้คุณกลับไปเอากระเป๋าสตางค์ที่ลืมเอาไว้ สำหรับใครที่รู้สึกตัวว่าขี้ลืม และขี้กังวล ก็สามารถจับจอง Dunhill Biometric Wallet ได้ด้วยในราคาแค่ 825 เหรียญฯ หรือประมาณ 26,000 บาทเท่านั้น อุ๊ปส!!!

Android โอเอสมือถือที่ขายดีที่สุดในโลก 

              รายงานวิจัยตลาดล่าสุดจากบริษัท Canalys เปิดเผยว่า ยอดขายของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2010 มีตัวเลขสูงถึง 32.9 ล้านเครื่อง ซึ่งผลจากตัวเลขดังกล่าวทำให้ Android ขึ้นแท่นระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนที่ขายดีทีสุดในโลกแซงหน้า Symbian ที่มียอดขายตกเป็นอันดับสองอยู่ที่ 31 ล้านเครื่องไปเรียบร้อยแล้วหากพิจารณาในแง่ส่วนแบ่งตลาด Android มีอัตราการเติบโตสูงถึง 615% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2009 โดยล่าสุด มือถือ Android มีส่วนแบ่งตลาด 32.5% ในขณะที่ Symbian ตกจาก 44.4% มาอยู่ที่ 30.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 45% ได้แก่ HTC และ Samsung ส่วน iOS ของ Apple มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 คือ 16% โดยในไตรมาสสุดท้าย ยอดขายของ iPhone ทะลุ 16.2 ล้านเครื่อง

              ทาง ด้าน BlackBerry ของ RIM ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาก็มียอดขายตกลงเช่นกัน โดยลดลงจาก 20% ในปี 2009 มาอยู่ที่ 14.4% ส่วนโอเอสบนมือถือของ Windows รั้งท้ายอันดับ 5 โดยเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2009 ซึ่งยังเป็นWindows Mobile 6.x กับ Windows Phone 7 ปรากฎว่า ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 7.3 เหลือ 3.1 แม้ตามรายงานข่าวล่าสุด Microsoft จะออกมาเปิดเผยว่า ยอดส่งสินค้าของ Windows Phone 7 ในช่วงสามเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีจะทะลุ 2 ล้านเครื่องไปแล้วก็ตาม งานนี้ Microsoft คงต้องออกแรงฮึดอีกไม่น้อยเลยทีเดียว


เลือกย้าย"เบอร์มือถือ"กับระบบที่ดีที่สุด

              รายงานข่าวล่าสุด คุณผู้อ่านที่รู้สึกว่า เครือข่ายบริการมือถือที่ใช้อยู่ไม่ค่อย OK ใช้งานเดี๋ยวๆ ก็หลุด หรือพบจุดอับสัญญาณบ่อย ต้องคอยต่อสายใหม่อีกครั้ง ครั้นจะเปลี่ยนไปใช้บริการเครือข่ายที่มีคุณภาพเหนือกว่า แต่ก็ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ที่ใช้มาตั้งแต่นานแล้ว โอกาสของคุณมาถึงแล้ว ไมว่าคุณจะใช้งานมือถือระบบอะไรก็ตาม คุณก็สามารถย้ายระบบโดยไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ด้วย MNP (Mobile Number Portability) หรือบริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยความร่วมมือของทั้งห้าผู้ให้บริการเครือข่ายและคณะกรรมการกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทำให้ผู้ใช้มือถือทุกคน สามารถเลือกเปลี่ยนเครือข่ายมือถือได้ตามความต้องการ โดยยังใช้เบอร์เดิมได้อย่างสบายอกสบายใจตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา

              วิธีการก็ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่คุณผู้อ่านตรงไปติดต่อที่ศูนย์บริการของเครือข่ายมือถือที่คุณไว้ วางใจที่สุด เขาก็จะดำเนินการ MNP ให้ตามขั้นตอนทันที ประเด็นอยู่ที่ว่า แล้วเครือข่ายไหนล่ะ ที่จะตอบสนองความต้องการของคุณได้ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพของบริการดีที่สุด ซึ่งหากปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของคุณอยู่ที่ คุณภาพเครือข่าย ความคุ้มค่าของแพ็กเกจโปรโมชั่น มาตรฐานบริการ และสิทธิประโยชน์ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ล่ะก็ AIS คือระบบที่ลงตัวที่สุด

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability
             ด้วยคุณภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย แม้ในพื้นที่ห่างไกลก็ไร้ปัญหาเรื่องขาดสัญญาณการติดต่อ พร้อมให้บริการทุกพื้นที่ด้วยแพ็กเกจค่าโทรหลากหลาย ซึ่งลูกค้าเลือกมิกซ์แอนด์แมตซ์ ได้เองตามไลฟ์สไตล์ เช็ครายละเอียดการโทร (Call Detail) หรือเปลี่ยนโปรโมชั่นได้เอง 24 ชั่วโมงผ่านบริการ eService แล้วยังมีบริการเสริมมากมาย ให้ผู้ใช้ทั้งแบบ GSM advance และ One-2-Call!
สำหรับ ผู้ใช้ Smartphone หรือ กลุ่ม social networking people ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Blackberry หรือ iPhone เอไอเอสก็มีแพ็กเกจสุดคุ้มไว้รองรับ หรือถ้าคุณเป็นผู้ใช้โทรศัพท์ที่เน้นการโทรอย่างเดียว GSM 1800 มีโปรโมชั่นราคาประหยัดที่สุดไว้บริการ และไม่ว่าคุณจะใช้โทรศัพท์แบบไหน เน้นบริการแบบใด หากมีปัญหา หรือข้อสงสัย ต้องการที่ปรึกษา AIS CALL CENTER 1175 ยินดีอย่างมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability
              นอกจากนี้ AIS ยังให้สิทธิประโยชน์พิเศษ ในชีวิตประจำวันแก่ลูกค้าทุกคน ทั้งดูหนังราคาพิเศษเพียง 60 บาท ส่วนลดช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ส่วนลดร้านอาหารต่างๆ รวมถึงส่วนลดค่าโดยสาร BTS/MRT อีกด้วย เรียกว่า AIS ดูแลครบทุกไลฟ์สไตล์ ยิ่งใช้บริการมากยิ่งได้รับสิทธิพิเศษมาก อย่างลูกค้าในกลุ่ม Serenade ก็จะได้สิทธิพิเศษยิ่งขึ้น เช่น บริการเครื่องดื่มฟรีที่สนามบินชั้นนำภายในประเทศ บริการสำรองที่จอดรถพิเศษ ณ ศูนย์แสดงสินค้า และห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ ห้องรับรองพิเศษใน Serenade Club และ AIS Shop ทั่วประเทศ
ล่าสุด AIS จัดโปรแกรมพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ใช้เครือข่ายอื่น ซึ่งปกติมีค่าใช้บริการมากกว่า 1,500 บาทต่อเดือน เพียงนำใบเสร็จหรือใบแจ้งค่าบริการของหมายเลขนั้นมาแสดง AIS ยินดีมอบโปรแกรมทดลอง โดยมอบสิทธิ์การเป็นลูกค้า Serenade ให้ถึง 6 เดือน เพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าใหม่ ผู้สนใจเปลี่ยนระบบมาใช้ AIS ติดต่อสอบถามได้ที่ AIS Shops ทุกสาขา หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.ais.co.th/mnp


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก  http://www.arip.co.th/


 




การจัดการความรู้ "กระแสนิยม...กับ...แฟชั่นในประเทศไทย"


     ปัจจุบัน เทรนด์แฟชั่นจากต่างประเทศ ได้รับความนิยมสูงมากในประเทศไทย
โดยเฉพาะ "เทรนด์แฟชั่นเกาหลี" ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้า ผม กำลังส่งอิทธิพลต่อวัยรุ่นไทยอย่างมากเป็นกระแสนิยมที่น่าจับตามอง โดยส่วนใหญ่แล้วด้วยวัยของมนุษย์ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นจะมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ และเมื่อมีกระแสของเกาหลีเข้ามาเริ่มจากซีรีส์เกาหลี นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้วัยรุ่นไทย นิยมเทรนด์แฟชั่นเกาหลีเป็นอย่างมาก

เหตุผลนี้เองทำให้เกิดทั้งข้อดีและข้อเสียต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของธุรกิจ และการดำเนินชีวิตของคนไทย ต่างเปลี่ยนแปลงไปมาก ภาครัฐก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงนี้เท่าไหร่นัก หากคิดในข้อดีคือ มีการหมุนเงินในวงการธุรกิจที่มีการนำเข้าสินค้าเกาหลี แต่ในทางกลับกัน ข้อเสียก็คือ คนไทยลืมความเป็นคนไทยนั่นเอง หลงวัฒนธรรมนอกโดยไม่มอง วัฒนธรรมของประเทศตัวเอง อนาคตคนรุ่นหลังก็จะไม่ได้รับรู้เรื่องของวัฒนธรรมไทยเท่าที่ควร

จึงอยากให้คนไทยหันมามองประเด็นนี้ให้มากขึ้น ให้ความสนใจและแก้ไขปัญหาเหล่านี้...!!

"ด้วยความรัก ประเทศไทย"