เทคโนโลยีสมัยใหม่

วันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
โลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา เราต้องก้าวให้ทันกับโลกยุคโลกาภิวัฒน์อยู่เสมอ

           เทคโนโลยีสนองต่อความต้องการของมนุษย์ในทุกๆด้านโดยเฉพาะด้านความสดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวหรือไกลตัว ล้วนแล้วแต่มีเทคโนโลยีมาเกี่ยวข้องล้วนๆทั้งนั้น  แต่ควรรู้ไว้ว่าใช้เทคโนโลยีอย่างควรถูกกาลเทศะ ใช้อย่างถูกวิธีไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนต่อผู้อื่น 
           ความรู้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างเทคโนโลยี  การใช้ความรู้ที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้เกิดประสิทธิผลตามมาจนก่อเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆของโลกในยุคเทคโนโลยี

น่ารู้ไปกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

กระเป๋าเงินไฮเทคไม่ใช่เจ้าของเปิดไม่ได้ 

               ใครที่ขี้ลืม หรือค่อนข้างรู้สึกกังวลเกี่ยวกับกระเป๋าสตางค์ของตนเองอยู่บ่อยๆ ว่า จะถูกล้วง หรือลืมทิ้งไว้ที่ไหนเข้าสักวัน บางที Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าเงินไฮเทคฯรุ่นนี้อาจจะเหมาะกับคุณ เนื่องจากมันมาพร้อมกับคุณสมบัติในการ"ล็อค" โดยไม่ยอมให้ใครเปิดช่องเก็บใส่เงินสด และบัตรเครดิต หากคนๆ นั้นไม่ใช่คุณ
Dunhill Biometric Wallet กระเป๋าสตางค์ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่มีความทนทาน มาพร้อมกับเทคโนโลยีเครื่องอ่านลายนิ้วมือ (biometric finger reader) และระบบแจ้งเตือนสัญญาณไร้สายบลูทูธ (bluetooth alarm) ซึ่งทางผู้ผลิตรับประกันว่า ขโมย หรือโจรจะไม่สามารถเปิดเอาเงิน หรือบัตรเครดิตของคุณออกจากกระเป๋าได้นอกจากทำลายมันซะ


              คุณสมบัติ การทำงานของมันก็คือ เจ้าของกระเป๋าสตางค์จะต้องใช้นิ้วมือสัมผัสกับเครื่องอ่านขนาดเล็ก ซึ่งทำหน้าที่"ล็อค"ช่องเปิดใส่เงิน หรือบัตรเครดิตในกระเป๋าสตางค์ ในขณะที่หากเป็นคนอื่นจะไม่สามารถเปิดได้ นอกจากนี้ ในกรณีที่เจ้าของลืมกระเป๋าสตางค์ทิ้งไว้ห่างตัวเกินกว่า 5 ฟุต (ประมาณ 1.5 เมตร) ระบบแจ้งเตือนไร้สายด้วย bluetooth จะส่งสัญญาณไปยังมือถือ เพื่อเตือนให้คุณกลับไปเอากระเป๋าสตางค์ที่ลืมเอาไว้ สำหรับใครที่รู้สึกตัวว่าขี้ลืม และขี้กังวล ก็สามารถจับจอง Dunhill Biometric Wallet ได้ด้วยในราคาแค่ 825 เหรียญฯ หรือประมาณ 26,000 บาทเท่านั้น อุ๊ปส!!!

Android โอเอสมือถือที่ขายดีที่สุดในโลก 

              รายงานวิจัยตลาดล่าสุดจากบริษัท Canalys เปิดเผยว่า ยอดขายของสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android ในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปี 2010 มีตัวเลขสูงถึง 32.9 ล้านเครื่อง ซึ่งผลจากตัวเลขดังกล่าวทำให้ Android ขึ้นแท่นระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนที่ขายดีทีสุดในโลกแซงหน้า Symbian ที่มียอดขายตกเป็นอันดับสองอยู่ที่ 31 ล้านเครื่องไปเรียบร้อยแล้วหากพิจารณาในแง่ส่วนแบ่งตลาด Android มีอัตราการเติบโตสูงถึง 615% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2009 โดยล่าสุด มือถือ Android มีส่วนแบ่งตลาด 32.5% ในขณะที่ Symbian ตกจาก 44.4% มาอยู่ที่ 30.6% ในช่วงเวลาเดียวกัน โดยบริษัทผู้ผลิตสมาร์ทโฟนที่ครองส่วนแบ่งตลาดมากถึง 45% ได้แก่ HTC และ Samsung ส่วน iOS ของ Apple มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 คือ 16% โดยในไตรมาสสุดท้าย ยอดขายของ iPhone ทะลุ 16.2 ล้านเครื่อง

              ทาง ด้าน BlackBerry ของ RIM ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาก็มียอดขายตกลงเช่นกัน โดยลดลงจาก 20% ในปี 2009 มาอยู่ที่ 14.4% ส่วนโอเอสบนมือถือของ Windows รั้งท้ายอันดับ 5 โดยเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2009 ซึ่งยังเป็นWindows Mobile 6.x กับ Windows Phone 7 ปรากฎว่า ส่วนแบ่งตลาดลดลงจาก 7.3 เหลือ 3.1 แม้ตามรายงานข่าวล่าสุด Microsoft จะออกมาเปิดเผยว่า ยอดส่งสินค้าของ Windows Phone 7 ในช่วงสามเดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีจะทะลุ 2 ล้านเครื่องไปแล้วก็ตาม งานนี้ Microsoft คงต้องออกแรงฮึดอีกไม่น้อยเลยทีเดียว


เลือกย้าย"เบอร์มือถือ"กับระบบที่ดีที่สุด

              รายงานข่าวล่าสุด คุณผู้อ่านที่รู้สึกว่า เครือข่ายบริการมือถือที่ใช้อยู่ไม่ค่อย OK ใช้งานเดี๋ยวๆ ก็หลุด หรือพบจุดอับสัญญาณบ่อย ต้องคอยต่อสายใหม่อีกครั้ง ครั้นจะเปลี่ยนไปใช้บริการเครือข่ายที่มีคุณภาพเหนือกว่า แต่ก็ไม่อยากเปลี่ยนเบอร์ที่ใช้มาตั้งแต่นานแล้ว โอกาสของคุณมาถึงแล้ว ไมว่าคุณจะใช้งานมือถือระบบอะไรก็ตาม คุณก็สามารถย้ายระบบโดยไม่ต้องเปลี่ยนเบอร์ด้วย MNP (Mobile Number Portability) หรือบริการคงสิทธิเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยความร่วมมือของทั้งห้าผู้ให้บริการเครือข่ายและคณะกรรมการกิจการโทร คมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ทำให้ผู้ใช้มือถือทุกคน สามารถเลือกเปลี่ยนเครือข่ายมือถือได้ตามความต้องการ โดยยังใช้เบอร์เดิมได้อย่างสบายอกสบายใจตั้งแต่วันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา

              วิธีการก็ไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่คุณผู้อ่านตรงไปติดต่อที่ศูนย์บริการของเครือข่ายมือถือที่คุณไว้ วางใจที่สุด เขาก็จะดำเนินการ MNP ให้ตามขั้นตอนทันที ประเด็นอยู่ที่ว่า แล้วเครือข่ายไหนล่ะ ที่จะตอบสนองความต้องการของคุณได้ครบถ้วน และมีประสิทธิภาพของบริการดีที่สุด ซึ่งหากปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของคุณอยู่ที่ คุณภาพเครือข่าย ความคุ้มค่าของแพ็กเกจโปรโมชั่น มาตรฐานบริการ และสิทธิประโยชน์ที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ล่ะก็ AIS คือระบบที่ลงตัวที่สุด

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability
             ด้วยคุณภาพเครือข่ายที่ครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย แม้ในพื้นที่ห่างไกลก็ไร้ปัญหาเรื่องขาดสัญญาณการติดต่อ พร้อมให้บริการทุกพื้นที่ด้วยแพ็กเกจค่าโทรหลากหลาย ซึ่งลูกค้าเลือกมิกซ์แอนด์แมตซ์ ได้เองตามไลฟ์สไตล์ เช็ครายละเอียดการโทร (Call Detail) หรือเปลี่ยนโปรโมชั่นได้เอง 24 ชั่วโมงผ่านบริการ eService แล้วยังมีบริการเสริมมากมาย ให้ผู้ใช้ทั้งแบบ GSM advance และ One-2-Call!
สำหรับ ผู้ใช้ Smartphone หรือ กลุ่ม social networking people ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น Blackberry หรือ iPhone เอไอเอสก็มีแพ็กเกจสุดคุ้มไว้รองรับ หรือถ้าคุณเป็นผู้ใช้โทรศัพท์ที่เน้นการโทรอย่างเดียว GSM 1800 มีโปรโมชั่นราคาประหยัดที่สุดไว้บริการ และไม่ว่าคุณจะใช้โทรศัพท์แบบไหน เน้นบริการแบบใด หากมีปัญหา หรือข้อสงสัย ต้องการที่ปรึกษา AIS CALL CENTER 1175 ยินดีอย่างมืออาชีพตลอด 24 ชั่วโมง

ais gsm one-2-call MNP mobile number portability
              นอกจากนี้ AIS ยังให้สิทธิประโยชน์พิเศษ ในชีวิตประจำวันแก่ลูกค้าทุกคน ทั้งดูหนังราคาพิเศษเพียง 60 บาท ส่วนลดช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ส่วนลดร้านอาหารต่างๆ รวมถึงส่วนลดค่าโดยสาร BTS/MRT อีกด้วย เรียกว่า AIS ดูแลครบทุกไลฟ์สไตล์ ยิ่งใช้บริการมากยิ่งได้รับสิทธิพิเศษมาก อย่างลูกค้าในกลุ่ม Serenade ก็จะได้สิทธิพิเศษยิ่งขึ้น เช่น บริการเครื่องดื่มฟรีที่สนามบินชั้นนำภายในประเทศ บริการสำรองที่จอดรถพิเศษ ณ ศูนย์แสดงสินค้า และห้างสรรพสินค้าหลายแห่งในกรุงเทพฯ ห้องรับรองพิเศษใน Serenade Club และ AIS Shop ทั่วประเทศ
ล่าสุด AIS จัดโปรแกรมพิเศษสุดสำหรับลูกค้าที่ใช้เครือข่ายอื่น ซึ่งปกติมีค่าใช้บริการมากกว่า 1,500 บาทต่อเดือน เพียงนำใบเสร็จหรือใบแจ้งค่าบริการของหมายเลขนั้นมาแสดง AIS ยินดีมอบโปรแกรมทดลอง โดยมอบสิทธิ์การเป็นลูกค้า Serenade ให้ถึง 6 เดือน เพื่อเป็นการต้อนรับลูกค้าใหม่ ผู้สนใจเปลี่ยนระบบมาใช้ AIS ติดต่อสอบถามได้ที่ AIS Shops ทุกสาขา หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.ais.co.th/mnp


ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลจาก  http://www.arip.co.th/


 




การจัดการความรู้ "กระแสนิยม...กับ...แฟชั่นในประเทศไทย"


     ปัจจุบัน เทรนด์แฟชั่นจากต่างประเทศ ได้รับความนิยมสูงมากในประเทศไทย
โดยเฉพาะ "เทรนด์แฟชั่นเกาหลี" ไม่ว่าจะเป็น เสื้อผ้า หน้า ผม กำลังส่งอิทธิพลต่อวัยรุ่นไทยอย่างมากเป็นกระแสนิยมที่น่าจับตามอง โดยส่วนใหญ่แล้วด้วยวัยของมนุษย์ที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นจะมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบ และเมื่อมีกระแสของเกาหลีเข้ามาเริ่มจากซีรีส์เกาหลี นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้วัยรุ่นไทย นิยมเทรนด์แฟชั่นเกาหลีเป็นอย่างมาก

เหตุผลนี้เองทำให้เกิดทั้งข้อดีและข้อเสียต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวัฒนธรรม เรื่องของธุรกิจ และการดำเนินชีวิตของคนไทย ต่างเปลี่ยนแปลงไปมาก ภาครัฐก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงนี้เท่าไหร่นัก หากคิดในข้อดีคือ มีการหมุนเงินในวงการธุรกิจที่มีการนำเข้าสินค้าเกาหลี แต่ในทางกลับกัน ข้อเสียก็คือ คนไทยลืมความเป็นคนไทยนั่นเอง หลงวัฒนธรรมนอกโดยไม่มอง วัฒนธรรมของประเทศตัวเอง อนาคตคนรุ่นหลังก็จะไม่ได้รับรู้เรื่องของวัฒนธรรมไทยเท่าที่ควร

จึงอยากให้คนไทยหันมามองประเด็นนี้ให้มากขึ้น ให้ความสนใจและแก้ไขปัญหาเหล่านี้...!!

"ด้วยความรัก ประเทศไทย"

การจัดการความรู้ [Knowledge management : KM]

วันศุกร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2554
การจัดการความรู้

(Knowledge Management : KM)


การจัดการความรู้ คือ
การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในส่วนราชการซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร
มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้

รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสูงสุด
โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ

          1. ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit
Knowledge)
เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการ
ทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้
โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง
จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม

          2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit
Knowledge)
เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลาย

ลักษณ์อักษร ทฤษฎี คู่มือต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม


นพ.วิจารณ์ พานิช
ได้ให้ความหมายของคำว่า การจัดการความรู้ไว้ คือ สำหรับนักปฏิบัติ การจัดการความรู้คือ

เครื่องมือ เพื่อการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่
          1. บรรลุเป้าหมายของงาน
          2. บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน
          3. บรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้ และ
          4. บรรลุความเป็นชุมชน เป็นหมู่คณะ ความเอื้ออาทรระหว่างกันในที่ทำงาน

          การจัดการความรู้เป็นการดำเนินการอย่างน้อย 6 ประการต่อความรู้ ได้แก่
          (1) การกำหนดความรู้หลักที่จำเป็นหรือสำคัญต่องานหรือกิจกรรมของกลุ่มหรือองค์กร
          (2) การเสาะหาความรู้ที่ต้องการ
          (3) การปรับปรุง ดัดแปลง หรือสร้างความรู้บางส่วน ให้เหมาะต่อการใช้งานของตน
          (4) การประยุกต์ใช้ความรู้ในกิจการงานของตน
          (5) การนำประสบการณ์จากการทำงาน และการประยุกต์ใช้ความรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
และสกัดขุมความรู้ออกมาบันทึกไว้
          (6) การจดบันทึกขุมความรู้และ แก่นความรู้สำหรับไว้ใช้งาน และปรับปรุง
เป็นชุดความรู้ที่ครบถ้วน ลุ่มลึกและเชื่อมโยงมากขึ้น เหมาะต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น
           โดยที่การดำเนินการ 6 ประการนี้บูรณาการเป็นเนื้อเดียวกัน ความรู้ที่เกี่ยวข้องเป็น
ทั้งความรู้ที่ชัดแจ้ง อยู่ในรูปของตัวหนังสือหรือรหัสอย่างอื่นที่เข้าใจได้ทั่วไป (Explicit Knowledge)
และความรู้ฝังลึกอยู่ในสมอง (Tacit Knowledge) ที่อยู่ในคน ทั้งที่อยู่ในใจ (ความเชื่อ ค่านิยม)
อยู่ในสมอง(เหตุผล) และอยู่ในมือ และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย (ทักษะในการปฏิบัติ)
           การจัดการความรู้เป็นกิจกรรมที่คนจำนวนหนึ่งทำร่วมกันไม่ใช่กิจกรรมที่ทำโดย

คนคนเดียวเนื่องจากชื่อว่า จัดการความรู้จึงมีคนเข้าใจผิด เริ่มดำเนินการโดยรี่เข้าไป
ที่ความรู้ คือ เริ่มที่ความรู้ นี่คือความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก การจัดการความรู้ที่ถูกต้องจะต้อง
เริ่มที่งานหรือเป้าหมายของงาน

เป้าหมายของงานที่สำคัญ คือ การบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ ที่เรียกว่า
Effectiveness
Operation
และนิยามผลสัมฤทธิ์
ออกเป็น
4 ส่วน คือ
          (1) การสนองตอบ (Responsiveness) ซึ่งรวมทั้งการสนองตอบความต้องการของลูกค้า
สนองตอบความต้องการของเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น สนองตอบความต้องการของพนักงาน

และสนองตอบความต้องการของสังคมส่วนรวม
          (2) การมีนวัตกรรม (Innovation) ทั้งที่เป็นนวัตกรรมในการทำงาน และนวัตกรรมด้าน
ผลิตภัณฑ์หรือบริการ
          (3) ขีดความสามารถ (Competency) ขององค์กร และของบุคลากรที่พัฒนาขึ้น
ซึ่งสะท้อนสภาพการเรียนรู้ขององค์กร และ
          (4) ประสิทธิภาพ (Efficiency) ซึ่งหมายถึงสัดส่วนระหว่างผลลัพธ์ กับต้นทุนที่ลงไป
การทำงานที่ประสิทธิภาพสูง หมายถึง การทำงานที่ลงทุนลงแรงน้อย แต่ได้ผลมากหรือ
คุณภาพสูง เป้าหมายสุดท้ายของการจัดการ ความรู้ คือ การที่กลุ่มคนที่ดำเนินการจัดการ
ความรู้ร่วมกัน มีชุดความรู้ของตนเอง ที่ร่วมกันสร้างเอง สำหรับใช้งานของตน คนเหล่านี้จะ
สร้างความรู้ขึ้นใช้เองอยู่ตลอดเวลา โดยที่การสร้างนั้นเป็นการสร้างเพียงบางส่วน เป็นการสร้าง
ผ่านการทดลองเอาความรู้จากภายนอกมาปรับปรุงให้เหมาะต่อสภาพของตน และทดลองใช้งาน
จัดการความรู้ไม่ใช่กิจกรรมที่ดำเนินการเฉพาะหรือเกี่ยวกับเรื่องความรู้ แต่เป็นกิจกรรมที่
แทรก/แฝง หรือในภาษาวิชาการเรียกว่า บูรณาการอยู่กับทุกกิจกรรมของการทำงาน
และที่สำคัญตัวการจัดการความรู้เองก็ต้องการการจัดการด้วย

โมเดลการจัดการความรู้ คือการนำเอากระบวนการการจัดการความรู้ มาวาด
เพื่อให้สามารถเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น
ซึ่งจะมีกระบวนการจัดการความรู้แบ่งออกเป็นขั้นตอนหรือ โมเดลการจัดการความรู้ ดังนี้

1. การกำหนดเป้าหมายความรู้
2. การสร้างหรือจัดหาความรู้
3. การกลั่นกรองและคัดเลือกความรู้
4. การจัดเก็บความรู้ให้เป็นระบบ
5. การใช้ความรู้
6. การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนความรู้
7. การประยุกค์ความรู้
8. การประมวลผลและวัดผลความรู้
9. การยกย่องชมเชยและให้รางวัล
10. การเผยแพร่ความรู้







ขอขอบคุณข้อมูลจาก: info.pattaya.go.th/km/.../การจัดการความรู้คืออะไ.aspx







โมเดลการจัดการความรู้, Model, KM

ผู้จัดทำ

วันอังคารที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2554
 บล็อกนี้เป็นส่วนหนึ่งของวิชาการจัดการองค์ความรู้




อาจารย์ประจำวิชา
ผ.ศ.บุญญลักษม์ ตำนานจิตร





 นำเสนอโดย
G. Oriental Princess












วีดีโอ กระแสนิยม